การจัดการด้านความยั่งยืนในมิติสิ่งแวดล้อม
ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติเป็นปัญหาสำคัญที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้น เกิดภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง และเกิดความขาดแคลนน้ำในหลายพื้นที่ กระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ บริษัทตระหนักถึงความท้าทายดังกล่าวและให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการประเมินประเด็นความยั่งยืนเพื่อนำมาใช้ในการวางแผนกลยุทธ์ บริหารความเสี่ยง และลดผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์กร
เป้าหมายการจัดการด้านความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
ประเด็นมิติสิ่งแวดล้อม
เป้าหมาย
- บริษัทมีเป้าหมายการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อรายได้รวมลงร้อยละ 0.3 ภายในปี 2570 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2567
- บริษัทมีเป้าหมายการลดใช้พลังงานไฟฟ้าของโรงพยาบาลทั้งเครือต่อรายได้รวมลงร้อยละ 0.3 ภายในปี 2570 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2567
ประเด็นมิติสิ่งแวดล้อม
เป้าหมาย
บริษัทมีเป้าหมายการลดใช้น้ำของโรงพยาบาลทั้งเครือต่อรายได้รวมลงร้อยละ 0.3 ภายในปี 2570 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2567
ประเด็นมิติสิ่งแวดล้อม
เป้าหมาย
บริษัทมีเป้าหมายการลดของเสียจากการดำเนินงานโรงพยาบาลทั้งเครือต่อรายได้รวมลงร้อยละ 5 ภายในปี 2570 เมื่อเทียบกับฐานปี 2567
แนวทางการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
บริษัทดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยความเชื่อว่าการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อมจะส่งผลดีต่อธุรกิจและสังคมในระยะยาว จึงได้จัดทำนโยบายบริหารด้านสิ่งแวดล้อมเป็นกรอบการดำเนินงานที่ครอบคลุมพนักงาน คู่ค้า ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด เพื่อเสริมสร้างการดำเนินงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างเป็นระบบและตรวจสอบได้ บริษัทได้แต่งตั้ง คณะกรรมการดูแลสิ่งแวดล้อม (Environment of Care Committee: ECC) ทำหน้าที่วิเคราะห์ ประเมิน และติดตามประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจส่งผลกระทบต่อบุคลากร ผู้รับบริการ และชุมชนโดยรอบ รวมถึงวางแผนบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงพยาบาล โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการดำเนินธุรกิจและการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
การบริหารจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
BCH ตระหนักถึงความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพมนุษย์ สังคม และการดำเนินธุรกิจ BCH จึงให้ความสำคัญกับการจัดการประเด็นดังกล่าว ผ่านการดำเนินงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน ตลอดจนการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการดำเนินงานของโรงพยาบาลต้องใช้ไฟฟ้าในปริมาณสูงบริษัทจึงมุ่งเน้นการบริหารจัดการพลังงาน และลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นกลยุทธ์สำคัญด้านความยั่งยืน
โดยในปี 2567
นอกจากนี้ BCH ยังมุ่งมันในการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยที่ประกาศในเวที COP26 และปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 รวมทั้งได้นำมาตรฐาน ISO 50001 ระบบการจัดการพลังงาน มาประยุกต์ใช้ พร้อมจัดทำบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อยืนยันความสอดคล้องกับนโยบายสาธารณะด้านพลังงานและการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อีกทั้ง บริษัทได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (Thailand Carbon Neutral Network: TCNN) ภายใต้การกำกับขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการพัฒนาการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับเป้าหมายการลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ข้อมูลการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปี 2567
23,843.60
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
โดยในปี 2567 บริษัทมี
- ปริมาณการก๊าซเรือนกระจก 23,843.60 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
- การปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อรายได้ 2.02 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
สัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
โครงการการบริหารจัดการพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การดำเนินงานหลักของ BCH พึ่งพาพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก บริษัทจึงมีความมุ่งมั่นที่จะ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการจัดการพลังงานที่ชัดเจน และดำเนินมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดอบรมพนักงานด้านการอนุรักษ์พลังงาน การเปลี่ยนหลอดไฟที่ไม่มีประสิทธิภาพเป็นหลอด LED การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป และการเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานสูงเป็นอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
1. โครงการปรับปรุงเครื่องทำน้ำเย็นประสิทธิภาพสูงสำหรับระบบปรับอากาศ
บริษัทได้ปรับปรุงระบบปรับอากาศโดยเปลี่ยนมาใช้เครื่องทำน้ำเย็นประสิทธิภาพสูงแทนเครื่องรุ่นเดิมที่ใช้พลังงานมาก ซึ่งช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับความยั่งยืนในการดำเนินงานระยะยาว นอกจากนี้ยังส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานลดลง และผู้ใช้บริการภายในอาคารได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
2. โครงการเปลี่ยนหลอดไฟทั่วไปเป็นหลอด LED
บริษัทได้ดำเนินการเปลี่ยนหลอดไฟทั่วไปเป็นหลอด LED ที่มีประสิทธิภาพสูงในการประหยัดพลังงาน ซึ่งช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยหลอด LED มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าและใช้พลังงานน้อยกว่าหลอดไฟแบบเดิม ทำให้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นในพื้นที่การทำงาน โดยให้แสงสว่างที่มีคุณภาพสูงและลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น
3. โครงการติดตั้งฟิล์มกรองแสงบนกระจกหน้าต่างอาคาร
บริษัทได้ติดตั้งฟิล์มกรองแสงบนกระจกหน้าต่างของอาคาร เพื่อช่วยลดการถ่ายเทความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่ผ่านกระจกเข้ามาภายในอาคาร ซึ่งช่วยควบคุมอุณหภูมิภายในอาคารให้เหมาะสม ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในการทำความเย็น และเพิ่มประสิทธิภาพในการสะท้อนแสงอาทิตย์ออกจากอาคาร
4. โครงการอนุรักษ์พลังงาน และ Big Cleaning Day
โรงพยาบาลในเครือได้จัดกิจกรรม Big Cleaning Day อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บุคลากรร่วมกันดูแลทำความสะอาดพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกอาคาร อาทิ ลานจอดรถ สวนหย่อม และระบบปรับอากาศ โดยเฉพาะการล้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศซึ่งช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องจักร ส่งผลให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นการช่วยลดการใช้พลังงานในอาคาร พร้อมยกระดับสภาพแวดล้อมให้สะอาดและปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับผู้รับบริการและพนักงาน
5. โครงการติดตั้งสถานี EV Charging Station
บริษัทในเครือได้มีการติดตั้งสถานี EV Charging Station ไว้ภายในโรงพยาบาล เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่โรงพยาบาล และสนับสนุนให้ประชาชนใช้รถยนต์ไฟฟ้าซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าไม่มีการปล่อยไอเสียหรือก๊าซเรือนกระจกออกมาและการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้านั้นเงียบกว่าเครื่องยนต์ จึงไม่สร้างมลพิษทางอากาศและมลพิษทางเสียง ซึ่งเป็นการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้รถยนต์ไฟฟ้ายังช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มาจากฟอสซิลเพื่อเป็นการอนุรักษ์พลังงาน
6. โครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป
บริษัทได้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาและพื้นที่จอดรถของโรงพยาบาลในเครือรวม 8 แห่ง เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยในปีที่ผ่านมา มีการจัดซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนรวม 2,658,022.1 กิโลวัตต์-ชั่วโมง คิดเป็น 4.68% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
7. โครงการ “Care the Bear”
บริษัทได้เข้าร่วมโครงการ “Care the Bear” ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นและการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ และการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน โดยการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท เช่น การประชุมผู้ถือหุ้น การจัดงานอีเว้นต์ การจัดประชุมออนไลน์ (e-AGM) การจัดกิจกรรมท่องเที่ยว การจัดงานมอบรางวัล รวมถึงการจัดกิจกรรม CSR เป็นต้น การดำเนินกิจกรรมเหล่านี้ บริษัทมุ่งหวังที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยการจัดการที่สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งในการดำเนินการตามโครงการนี้ บริษัทได้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าได้ถึง 2,392.54 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) ซึ่งเป็นการสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางบวกต่อสภาพภูมิอากาศและการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบและยั่งยืน

การบริหารจัดการน้ำ
BCH ตระหนักถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม และปัญหาการเข้าถึงน้ำ ซึ่งอาจกระทบต่อการดำเนินงานและการให้บริการด้านสุขภาพ บริษัทจึงให้ความสำคัญกับมาตรการด้านการปรับตัว ลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมและภัยแล้ง พร้อมดำเนินโครงการ ลดการใช้น้ำและรักษาทรัพยากรน้ำ ให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการด้าน สุขภาพและความปลอดภัยของบุคลากรและผู้ป่วย ผ่านการอบรมและการเตรียมความพร้อมต่อภัยพิบัติ
BCH พัฒนากรอบการประเมินความเสี่ยงด้านทรัพยากรน้ำสำหรับโรงพยาบาลและคลินิกในเครือ โดยใช้เครื่องมือ Aqueduct Water Risk Atlas จาก World Resources Institute (WRI) ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อประเมินความเสี่ยง ผลการประเมินจะถูกจัดระดับความเสี่ยงออกเป็น 3 ระดับ เพื่อระบุพื้นที่เสี่ยงและนำไปสู่การวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสม โดยมีเป้าหมายเพื่อรองรับความไม่แน่นอนของทรัพยากรน้ำในอนาคตและเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับโรงพยาบาลและชุมชนโดยรอบ

ระดับการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำ
จากการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำ พบว่า 20% ของหน่วยงานอยู่ในพื้นที่เสี่ยงระดับ “สูงมาก” ขณะที่ 26.7% อยู่ในระดับ “สูง” และ 53.3% อยู่ในระดับ “ปานกลางถึงสูง” บริษัทจึงดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านทรัพยากรน้ำโดยพิจารณาทั้งระดับความเครียดของพื้นที่ (Water Stress) และปริมาณการใช้น้ำของแต่ละหน่วยงาน เพื่อจัดทำแผนและมาตรการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสม ตลอดจนติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาว
โครงการการบริหารจัดการน้ำ
1. การลดการใช้น้ำ
บริษัทตระหนักดีว่าทรัพยากรน้ำเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำเนินกิจการโรงพยาบาล และการรักษาผู้ป่วย โดยมีแนวทางในการลดการใช้ทรัพยากรน้ำ ซึ่งจะให้หน่วยงานฝ่ายอาคารและสถานที่มีการบำรุงรักษาระบบน้ำใช้ตามจุดต่าง ๆ ภายในโรงพยาบาลเพื่อไม่ให้เกิดการชำรุดและรั่วไหล โดยมีการตรวจสอบทุกๆ 1 เดือน และมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการประหยัดใช้น้ำแก่พนักงานด้วยสื่อประชาสัมพันธ์ภายในบริษัท ร่วมกับการเปลี่ยนและติดตั้งก็อกน้ำอัตโนมัติสำหรับผู้ใช้บริการภายนอก
2. การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่
บริษัทได้ดำเนินโครงการประหยัดทรัพยากรน้ำ โดยการนำน้ำเหลือทิ้งกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งน้ำเหลือทิ้งจะถูกนำไปกรองด้วยระบบรีเวอร์สออสโมซิส (Reverse Osmosis) ให้มีความปลอดภัย ปราศจากเชื้อ ก่อนนำมาใช้ในบริเวณที่ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการ เช่น โถสุขภัณฑ์ ทำความสะอาดพื้น และใช้รดน้ำต้นไม้
การบริหารจัดการของเสีย
บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในภาคธุรกิจบริการสุขภาพที่มีการใช้วัสดุสิ้นเปลืองจำนวนมาก ผ่านการดำเนินงานตามหลัก 3Rs ได้แก่ ลดการใช้ (Reduce), นำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) และรีไซเคิล (Recycle) เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ
เพื่อให้การจัดการขยะเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม บริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการดูแลสิ่งแวดล้อม (Environment of Care Committee) ทำงานร่วมกับคณะกรรมการควบคุมการติดเชื้อ ดูแลตั้งแต่การคัดแยก จัดเก็บ ไปจนถึงการกำจัดขยะทุกประเภท รวมถึงให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานผู้รับเหมาที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ของโรงพยาบาลเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทได้ควบคุมและจัดการขยะที่เกิดจากการบริการของโรงพยาบาล รวมถึงสร้างความมั่นใจว่าขยะที่เกิดขึ้นทุกประเภทมีวิธีการจัดการอย่างถูกต้องและเหมาะสมตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
ปริมาณของเสีย
โครงการการบริหารจัดการขยะ
บริษัทร่วมมือกับ SCGC ในโครงการ “Wake Up Waste” ส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านการคัดแยกขยะและนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะการรีไซเคิลขยะพลาสติกให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ โดยโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รามคำแหง เป็นพื้นที่นำร่องของโครงการ ซึ่งสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 1,106.44 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเทียบเท่าการดูดซับคาร์บอนของต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวน 91 ต้น