ในปี 2568 บริษัทยังคงมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพการรักษาพยาบาลสู่มาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง โดยโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์ ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพสถานพยาบาลระดับสากลจาก Joint Commission International (JCI) ตอกย้ำศักยภาพในการให้บริการทางการแพทย์ที่เป็นเลิศ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้รับบริการทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ผศ.ดร.พญ.สมพร หาญพาณิชย์
ประธานกรรมการบริษัท
ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ภาพรวมอุตสาหกรรมและทิศทางการดำเนินธุรกิจ

ปี 2568 แม้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยยังคงเผชิญกับความผันผวนจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนรอบด้าน อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมบริการทางการแพทย์ยังคงเป็นปัจจัยพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อสังคม โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ความต้องการบริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันผู้รับบริการให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและความคุ้มค่าในการเลือกรับบริการมากขึ้น ภายใต้บริบทดังกล่าว บริษัทจึงมุ่งมั่นปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพบริการและรองรับความต้องการด้านสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป ผ่านการขยายศูนย์การแพทย์และยกระดับคุณภาพการให้บริการ อาทิ การปรับปรุงโรงพยาบาลและเปลี่ยนชื่อเป็น "โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ปทุมธานี" รวมถึงการพัฒนาคุณภาพการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์ ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพสถานพยาบาลระดับสากลจาก Joint Commission International (JCI) ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้รับบริการทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การพัฒนาเครือข่ายโรงพยาบาลและการยกระดับศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง

ภายใต้การขยายศักยภาพของเครือข่ายโรงพยาบาล บริษัทมุ่งพัฒนาการให้บริการทางการแพทย์เพื่อรองรับความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนอย่างครอบคลุม โดย คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมรังสีรักษา เกษมราษฎร์อารี ได้เปิดให้บริการรักษาผู้รับบริการโรคมะเร็งด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย สามารถรองรับผู้รับบริการได้ทุกสิทธิการรักษา ได้แก่ ผู้รับบริการสิทธิทั่วไป ผู้รับบริการสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ผู้รับบริการสิทธิประกันสังคม และผู้รับบริการสิทธิข้าราชการ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้รับบริการโรคมะเร็งสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง นอกจากนี้ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น ยังได้ร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มูลนิธิเพื่อสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็ก และมูลนิธิเกื้อฝัน ให้บริการผ่าตัดหัวใจสำหรับผู้รับบริการเด็กที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการเด็ก

ขณะเดียวกัน บริษัทได้ลงทุนในเทคโนโลยีและเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัยและยกระดับประสิทธิภาพการรักษา พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานการให้บริการของเครือข่ายโรงพยาบาล โดยมีการติดตั้งเครื่องตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI 3-Tesla ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ ซึ่งเป็นเครื่องแรกของจังหวัดนนทบุรี การติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความละเอียดสูง CT Scan ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ปทุมธานีและโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค รวมถึงการติดตั้งเครื่องช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและปอด (ECMO) สำหรับผู้รับบริการวิกฤตโรคหัวใจ ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค เพื่อยกระดับศักยภาพในการดูแลผู้รับบริการโรคหัวใจและผู้รับบริการวิกฤต

ผลการดำเนินงานเติบโตอย่างมั่นคง

แม้ในปี 2568 บริษัทจะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของรายได้ผู้รับบริการชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังสามารถรักษาการเติบโตของรายได้รวมไว้ได้ โดยมีรายได้รวม เท่ากับ 12,025.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6 เมื่อเทียบกับปีก่อน การเติบโตดังกล่าวมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากรายได้ผู้รับบริการในโครงการประกันสังคมเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 จากการเติบโตของจำนวนผู้ประกันตนลงทะเบียนเฉลี่ยร้อยละ 0.6 รวมถึงการปรับปรุงและยกระดับการบริการของโรงพยาบาลในเครือ ได้แก่ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ปทุมธานี ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกและลดระยะเวลารอคอยให้กับผู้ประกันตน รวมทั้งการเบิกจ่ายค่าบริการกลุ่มผู้รับบริการโรคซับซ้อน (RW>2) ในอัตรา 12,000 บาทต่อ RW ตลอดทั้งปี 2568 นอกจากนี้ยังมีการเติบโตจากรายได้การให้บริการตรวจโรคหยุดหายใจขณะหลับ การให้บริการทันตกรรมเคลื่อนที่ การให้บริการผู้รับบริการรับส่งต่อจากโรงพยาบาลนอกเครือ และการให้บริการของคลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมรังสีรักษา เกษมราษฎร์อารี ส่งผลให้บริษัทมีกำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เท่ากับ 2,881.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.4 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมี EBITDA margin ร้อยละ 24.0 และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท เท่ากับ 1,316.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 และมีอัตรากำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทร้อยละ 10.9 ใกล้เคียงกับปีก่อน

การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

นอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจ บริษัทให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการดำเนินงานตามหลัก ESG ควบคู่กับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม อาทิ การจัดหน่วยแพทย์อาสา การส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชน การสนับสนุนกิจกรรมด้านสาธารณสุขในชุมชน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตรวมถึงศักยภาพของบุคลากรในองค์กร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่สังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน โดยบริษัทได้รับการยกย่องจากหลายองค์กรชั้นนำในด้านความยั่งยืนและการกำกับดูแลกิจการ อาทิ การปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรเป็น “A+” แนวโน้ม “คงที่” จากทริสเรตติ้ง การได้รับการจัดอันดับ SET ESG Rating ระดับ “AA” จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การได้รับคะแนนการประเมินจาก FTSE Russell 4 คะแนน จากเต็ม 5 คะแนน รวมถึงได้รับการรับรองการกำกับดูแลกิจการระดับ “ดีเลิศ” จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับผลการประเมิน 100 คะแนน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 จากโครงการประเมินคุณภาพการจัดประชุมผู้ถือหุ้น

สุดท้ายนี้ ในนาม บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) คณะกรรมการบริษัทใคร่ขอขอบคุณ ผู้ถือหุ้น ผู้ใช้บริการ สถาบันการเงิน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงพันธมิตรทางธุรกิจและพนักงานทุกท่าน สำหรับความไว้วางใจและให้การสนับสนุนด้วยดีเสมอมา บริษัทจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานการรักษาและขยายศักยภาพการให้บริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้รับบริการผู้ถือหุ้น และสังคม พร้อมก้าวสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว